
เหตุผลที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่ "ภาษาจีนยาก" แต่คือ เริ่มผิดลำดับ หลายคนเปิดหนังสือมาแล้วท่องคำศัพท์ทันที พอเจออักษรจีนที่ไม่รู้จะอ่านออกเสียงยังไงก็เดาเอาเอง สุดท้ายจำผิดตั้งแต่ต้น แล้วต้องมาแก้ทีหลังซึ่งยากกว่าเรียนใหม่
ภาษาจีนมีลำดับที่ควรเรียนชัดเจนมาก และถ้าเดินตามลำดับนี้ เดือนแรกจะไม่ทรมานอย่างที่คิด
พินอินคือการเขียนเสียงภาษาจีนด้วยตัวอักษรโรมัน เช่น 你好 เขียนเป็น nǐ hǎo ถ้าอ่านพินอินได้ คุณจะเปิดพจนานุกรมเองเป็น ฟังครูแล้วจดเสียงได้ถูก และเรียนคำใหม่ได้เร็วขึ้นหลายเท่า
ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็อ่านได้คล่องแล้ว คุ้มค่ามาก
ภาษาจีนกลางมีวรรณยุกต์ 4 เสียง บวกเสียงเบา คำเดียวกันคนละวรรณยุกต์คือคนละความหมาย เช่น mā (แม่) กับ mà (ด่า) ผู้เรียนคนไทยได้เปรียบตรงนี้ เพราะภาษาไทยมีวรรณยุกต์อยู่แล้ว หูเราแยกเสียงสูงต่ำได้ดีกว่าคนที่ใช้ภาษาไม่มีวรรณยุกต์
ยังไม่ต้องรีบท่องเป็นพัน ๆ คำ เริ่มจากคำที่ใช้จริงทุกวัน — ทักทาย ตัวเลข ครอบครัว อาหาร เวลา ประมาณ 100 คำแรกครอบคลุมบทสนทนาพื้นฐานได้เกินครึ่ง
อักษรจีน (汉字) เป็นส่วนที่ใช้เวลานานที่สุด แต่ไม่ใช่ส่วนที่ต้องเริ่มก่อน เริ่มพูดให้ได้ก่อนแล้วค่อยเรียนเขียน จะมีแรงจูงใจมากกว่า เพราะได้ใช้จริงตั้งแต่เดือนแรก
อย่าตั้งว่า "จะพูดจีนได้ใน 1 เดือน" ให้ตั้งแบบวัดผลได้แทน เช่น
เริ่มที่พินอินและวรรณยุกต์ก่อนเสมอ อย่าข้ามไปท่องคำศัพท์ เพราะฐานเสียงที่แน่นจะทำให้ทุกอย่างหลังจากนั้นเร็วขึ้น และอย่าลืมว่าไม่ต้องเก่งตั้งแต่เริ่ม แต่ต้องกล้าพูดตั้งแต่แรก

ทีมผู้สอนของ Mingxinchinese — สอนภาษาจีนสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งที่สถาบันและออนไลน์
กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!
ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบทความทั้งหมด